ไปที่ใกล้ๆด้วยการปั่นจักรยาน

               ในทุกวันนี้การใช้รถใช้ถนนกันอย่างมากมายต่างก็เต็มไปด้วยมลพิษที่ทำลายสุขภาพร่างกายของคนเราให้ย่ำแย่ ต่างก็มีรถคันใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาบนทางเยอะแยะมากมายในทุกๆปี ทำให้เกิดมลพิษมากมาย สุขภาพคนไทยที่ทรุดโทรมและพลังงานที่ค่อยๆหายไปจากโลกเรา ในบางประเทศได้มีการจัดการรณรงค์ขี่จักรยานมากมายด้วยหลายเหตุผล ได้แก่การปั่นเพื่อสุขภาพร่างกาย การช่วยโลกประหยัดพลังงาน และการลดโลกร้อนไปในตัวด้วย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากมาย การที่ต้องรณรงค์ให้ขี่รถจักรยาน เพื่อที่จะทำให้ประชาชนในประเทศทุกคนได้ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงบนโลกแถมยังได้สุขภาพแข็งแรง มีการรณรงค์ขี่จักรยานในภูมิภาคต่างๆของประเทศไทยซึ่งมีส่วนทำให้การจราจรบนท้องถนนไม่ติดขัดด้วย วันนี้ผมจึงมาแนะนำเพื่อนๆเลือกซื้อจักรยานกันนะครับ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อจักยานก็คือ รู้ความต้องการของตัวเราเองว่าเราถนัดหรือชอบรูปทรงแบบไหน และเรื่องวัสดุที่ใช้ในการทำเฟรมอย่างแข็งแรง ให้รองรับน้ำหนักของผู้ขี่จักยานได้ ที่ที่ผมจะพาไปนี้มีอยู่หลายที่มากๆที่ผมจะแนะนำให้ฟังนั้นก็คือที่กรุงเทพของเรากันครับ ผมเคยไปอยู่หลายที่มากในกรุงเทพ มีที่ที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์อยู่ทั่วไปหมด ที่ผมไปมาประจำก็คือ เกษตร นวมินทร์ บริเวณหน้าช็อกโกแลตวิวล์ครับ เพราะเส้นนั้นไม่ค่อยมีรถวิ่งมากสักเท่าไหร่ครับ เหมาะกับการปั่นจักรยานมากๆครับ ด้วยอากาศที่เย็นสบายมากๆเพราะไม่ค่อยมีตึกขึ้นครับ ส่วนใหญ่มีแต่ป่าครับ แต่ที่ผมไปแล้วประทับใจมากๆจริงๆ เพราะมันใหญ่โตมาก ก็คือที่สนามบินสุวรรณภูมิครับ มีคนไปปั่นจักรยานกันมากมายที่นั่น เพราะพวกเราได้ตะหนักถึงการใช้พลังงานเชื้อเพลิง เพราะกลัวจะไม่มีให้ลูกหลานได้ใช้งานกันต่อไป  

รักษาป่าไม้อันทรงคุณค่าไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชม

สวัสดีครับทุกท่านก็คงจะเห็นแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวนี้โลกของเราได้เปลี่ยนไปมากมายเลยนะครับ มีอากาศที่ร้อนมากๆ และมหันตภัยทางธรรมชาติ อุทกภัย อัคคีภัยต่างๆ ไม่รู้จากจบ เพราะอันเนื่องมาจากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นมา และมีสภาวะโลกร้อน มนุษย์บนโลกก็มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เช่นกันในการทำให้โลกร้อน การอาศัยอยู่บนโลกหรือในชีวิตประจำของมนุษย์คงจะเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วแน่นอนครับ เพราะปัจจัยหลายๆอย่างในสังคม เช่นการใช้ถุงพลาสติก เป็นต้น คนบางกลุ่มทำลายธรรมชาติเพราะแค่ว่าเรื่องเงินโดยไม่คิดถึงผลร้ายที่จะตามมาในวันข้าง ก่อให้โลกมีความร้อนที่สูงขึ้นในทุกๆปีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกๆปีจะมีคนบุกรุกป่าไม้ของประเทศเรา เพราะการทำการเกษตร และการค้าไม้ต่างๆ ทำให้ป่าบ้านเราแทบจะหมดไปแล้ว ป่าไม้ที่เราพบเจอกันก็จะมีแต่ที่ถูกทำร้ายตัดไม้ทำลายป่ากัน เมื่อวันที่ 14 มกราคม ปีพุทธศักราช 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ ปีพุทธศักราช 2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปีพุทธศักราช 2504 จึงทำให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ เพื่อให้ประชาชนภายในชาติได้ตะนักถึงภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นจากการที่พวกเราไปทำลายป่า ทำให้ประชาชนทุกคนอยากจะอนุรักษ์ป่าไม้ของชาติให้มากขึ้น วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี กระทรวงต่างๆทั้งรัฐบาลและเอกชน ต่างก็ร่วมมือกันรณรงค์ให้รักษาป่าไม้ไว้และจัดสร้างโครงการปลูกป่าช่วยชาติกันทุกๆปี เพื่อทำให้ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ยิ่งต้นไม้เยอะน้ำก็จะไม่ท่วมเยอะ เพราะต้นไม้อุ้มน้ำได้ อีกทั้งยังทำให้มีออกซิเจนเพิ่มในอากาศมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ

พูดคล่องซื้อขายง่ายได้กำไรงาม

สวัสดีนะครับทุกท่านมาพบกับอีกแล้วกับ เต้ คลองเตย กับช่วงเวลาเช้ากันแบบนี้หลายๆคนคงต้องรีบเตรียมอาบน้ำไปทำงานกันนะครับ ส่วนคนที่ประกอบอาชีพค้าขายควรมาฟังกันหน่อยนะครับ คนในประเทศไทยเมื่อสมัยก่อนมักไม่ค่อยมีความรู้เรื่องทางด่านของภาษาสักเท่าไหร่ เพราะสมัยก่อนไม่ค่อยจะจำเป็นสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีการค้าขายกับคนต่างชาติบ่อยๆนัก แต่ถ้าเราพูดภาษาอื่นๆได้ก็สามารถนำไปใช้ในทางท่องเที่ยวได้เช่นกันหรือที่ทุกคนรู้จักในอาชีพล่ามนั่นเองครับ ปัจจุบันภาษาได้เข้ามามีบทบาทต่อประชากรในประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษามาตรฐานหลักของประเทศอื่น เพราะเปรียบเสมือนเป็นสื่อกลางของการสนทนากับต่างประเทศในปัจจุบันเลยก็ได้ มีข่าวออกมาว่าอีกไม่กี่ปีที่จะถึงนี้จะมีการประกาศการค้าเสรีในแทบของทวีปเอเชีย หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า AEC ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศมากๆ ถ้าคนในประเทศไทยพูดภาษาอังกฤษไม่เป็น ก็ถือว่ายากลำบากมากๆต่อการค้าขายและติดต่อกับชาวต่างชาติรัฐบาลได้สร้างโครงการรณรงค์สนับสนุนในการศึกษาภาษาอังกฤษ เพื่อรองรับกับการค้าเสรีที่จะมาถึงในไม่ช้านี้ ทำให้ประชากรในประเทศไทยได้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นเรื่องยากนักกลับกลายเป็นเรื่องที่ง่ายด้วย เพราะไม่ค่อยละเอียดเท่ากับภาษาไทย ทำให้เรียนรู้ได้ง่ายมากๆครับ เพื่อนๆไม่ต้องจำเป็นต้องพูดให้ตรงกับไวยากรณ์มากนัก แค่เรากล้าที่จะพูดๆก็พอแล้วเดี๋ยวก็ได้เอง ยิงได้คุยกับคนต่างชาติมากๆก็ยิ่งได้ภาษาอังกฤษเยอะมากๆขึ้น ขยันท่องจำคำศัพท์บ่อย ซ้อมกับตัวเองบ่อยๆ มันไม่ได้อยากเกินความสามารถเราเลยนะ ยิ่งทำก็ยิ่งได้กับตัวเองครับ ถ้าพี่ๆคนสนใจก็ติดต่อมาหาผมได้นะครับ ผมก็พูดได้ครับ สอนได้ไม่คิดตังครับ จะได้ค้าขายกับต่างชาติง่ายๆหน่อย  

เทศกาลนี้ขับขี่รถอย่างมีสติถึงบ้านปลอดภัย

    กลับมาอีกแล้วนะครับกับกระผม เต้ คลองเตย วันนี้ผมก็มีข้อมูลดีๆมาเตือนสติของทุกท่านให้ย้ำคิดย้ำทำกันนะครับและตระหนักถึงเรื่องนี้ให้มากๆนะครับ ปัจจุบันมีการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอยู่มากมายหรือแทบจะทุกวันเลยก็ว่า ดูจากสถิติการตายของประชากรของประเทศไทยใน 1 ปี มีคนเสียชีวิตเยอะมากๆ ไปดูตัวเลขแล้วแทบไม่น่าเชื่อ ทำให้รัฐบาลหากลยุทธ์มาใช้ต่างๆนานเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุลง โดยการรณรงค์ มีสติก่อนสตาร์ท และได้ออกกฎหมายการวัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะรัฐบาลร่วมกันหาสาเหตุได้แล้วว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มากจากการรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้ขาดสติสัมปชัญญะหรือที่คนไทยเรียกกันว่า น้ำเปลี่ยนนิสัย ทำให้เกิดความสูญเสียต่อตนเอง ครอบครัว และคนอื่นๆ รองลงมาจากการเมาแล้วขับก็คือ การหลับในหรือง่วงนอนระหว่างขับรถครับ จำนวนคนที่ตายไม่พุ่งสูงเท่ากับการเมาแล้วขับครับ แต่ก็ไม่ต่างกันมากสักเท่าไหร่ เป็นอาการจากการที่ร่างกายคนขับรถพักผ่อนไม่เพียงพอหรือฝืนตัวเองเพราะว่าอยากได้เงินๆเยอะสำหรับคนที่ทำงานเป็นคนขับรถในรถโดยสารต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายกับตนเอง และความสูญเสียในครอบครัวอื่นๆด้วย เพราะคนขับรถเป็นสาเหตุเต็มๆ และเรื่องสุดท้ายนั้นก็คือการคุยโทรศัพท์ระหว่างการที่เราขับรถ เป็นกรณีที่มีคนตายน้อยที่สุดจากเรื่องที่ผมได้กล่าวไปข้างต้น เพราะอะไรถึงห้ามคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ ก็เพราะจะทำให้สมาธิของเข้าไปอยู่ในบทสนทนาภายในโทรศัพท์ไปแล้ว จึงทำให้ขาดสติและสมาธิในการขับรถนั้นลดลง ซึ่งมีสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าเพื่อนทุกคันยังรักชีวิตอยู่ รึไม่อยากทำให้ครอบครัวใครสูญเสียให้ช่วยกันรณรงค์ด้วยนะครับ  

ต่อต้านสารคาร์บอนมอนอกไซด์

สวัสดีครับเพื่อนๆพบกันอีกแล้วนะครับกับสาระน่ารู้จากกระผม เต้ คลองเตย ครับ วันนี้ผมจะมาเสนอเรื่องการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่กันนะครับ ร้อยล่ะ 60 ของประชาชนในประเทศไทย มีผู้ที่ติดสารเสพติดอย่างบุหรี่ที่ค่าชีวิตคนไปปีล่ะหลายๆคน เพราะบุหรี่เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมายและก่อให้เกิดอันตรายต่อคนรอบข้างที่ได้สูดควันของบุหรี่เหล่านี้เข้าไปในปอด จากการวิจัยของหน่วยงานแพทย์ในรัฐ แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าคนที่สูบบุหรี่เองจะมีเปอร์เซ็นต์ที่ได้รับอันตรายน้อยกว่าคนรอบๆข้างที่ได้สูดดมควันบุหรี่เข้าไปครับ เนื่องจากพบการตายของสาวชาวอังกฤษแพทย์ได้ตรวจสอบแล้วว่า สาเหตุในการตายของเธอมาจากการที่เธอสูดดมควันบุหรี่ เพราะแฟนเธอชอบดูดบุหรี่ในบ้าน แต่เจ้าตัวคนที่เป็นคนดูดกลับยังไม่มีอาการหรือเป็นอะไรเลย ต่อมาทางยุเอ็นได้ออกมาประกาศเชิญชวนให้ทุกคนในประเทศต่างๆลุกขึ้นมาตั้งขบวนรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ บอกพิษภัยที่พวกเค้ากำลังเผชิญและเชิญชวนให้เลิกบุหรี่อีกด้วย ต่อมายูเอ็นได้ประกาศให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีให้เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก เพื่อลดการเสียชีวิตของประชากรในแต่ล่ะประเทศ และตระหนักถึงการสูบบุหรี่ต่อคนรอบข้างว่าจะมีพิษภัยร้ายแรงมากขนาดไหนกับคนที่คุณรัก ปัจจุบันนี้ที่ประเทศไทยของเราก็มีกฎหมายออกมาว่า ห้ามสูบบุหรี่ในที่ที่คนพุกพ่านหรือในสาธารณะ ซึ่งช่วยลดจำนวนคนที่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะได้เยอะพอสมควร ในบุหรี่ประกอบด้วยสารทาร์ นิโคติน และสารคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ล่ะสารก็จะมีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่เหมือนกันก็คือทุกสารมีความอันตรายทั้งหมด คำขวัญของปีนี้ก็คือ“หนุนกฎหมายบุหรี่ใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย” หวังว่าเพื่อนทุกคนจะอยากเลิกบุหรี่นะครับ  

การว่าจ้างแรงงานต่างด้าวไม่ใช่เรื่องผิดอีกแล้ว

          เมื่อพูดถึงต่างด้าว คือคนที่ไม่มีสัญชาติไทย แต่ใบปัจจุบันในเมืองไทยได้เปิดโอกาสให้มีการลงทะเบียนกัน และที่สำคัญมีการเปิดลงทะเบียนแบบตลอดชีพก็มีแต่จะต้องเป็นอาชีพที่คิดว่าจะทำโดยไม่เปลี่ยนอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเลือกที่จะทำแบบ 30 วันต่อครั้งหนึ่งเพื่อจะได้มีทางเลือกเปลี่ยนอาชีพ ใบอนุญาตการทำงานจะต้องพกติดตัวตลอดเวลาที่ทำงานหรือพกติดตัวไปทุกๆที่ทุกๆเวลาเพราะถ้าเกิดว่า ไม่พกเกิดเจ้าหน้าที่เรียกตรวจบัตรขึ้นมาจะต้องทำยังไง ต้องมาโดนเสียค่าปรับอีกต่างหาก ในการเสียค่าปรับก็จะมีประมาน 10000 บาท ต่างด้าวโดนปรับ ขนาดคนไทยเองยังโดนเลยถ้าหากว่าไม่พกบัตรประชาชนขึ้นมาเกิดเวลาเจ้าหน้าที่เรียกขอตรวจขึ้นคนไทยจะต้องโดน 500 บาท แต่ถ้าเกิดถามว่าทำไมถึงจะต้องมีบัตรทำไหมจะต้องลงทะเบียน เพราะปกกันหลายๆสาเหตุ เนื่องมาจากในบ้านเรามีการว่าจ้างแรงงานต่างด้าวแน่นนอ ว่าอัตราการจ้างมันถูกกว่าคนไทย และไม่ต้องมานั่งเสียค่าลงทะเบียนหรือเสียค่าใช้จ่ายในการทำใบอนุญาตหรือเสียเวลาไปต่อใบอนุญาต และถ้าใบอนุญาตขาดหรือชำรุดเสียหายจะต้องรีบไปแจ้งภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่รู้ว่าบัตรขาดหรือชำรุดเสียหาย ส่วนใหญ่ต่างด้าวที่มาขึ้นทะเบียนจะเป็นพม่า และลาวเป็นส่วนมาก ต่างด้าวที่สามารถทำใบอนุญาตได้ จะต้องมีความรู้หรือความสามารถในงานที่จะเข้ามาทำ และจะต้องมีสติที่ปกติ สมประกอบต้องไม่เป็นคนที่วิกลจริต และจะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไม่ป่วยเป็นโรควัณโรคที่อยู่ในระยะอันตราย หรือโรคติดต่อที่ร้ายแรงต่างๆรวมไปจนถึงโรคที่ไม่ใช่โรคติดต่อแต่เป็นโรคที่น่ารังเกียจ ที่สำคัญที่สุดคือจะต้องไม่มีสารเสพติดที่ติดตัว ไม่มีประวัติการที่เคยต้องโทษหรือจำคุกมาก่อน ไม่ว่าโทษที่เคยมีในประวัติจะเป็นเรื่องการหลบค้นเข้าเมืองแต่ถ้านานมามาแล้วที่เคยมีประวัติต้องพ้นจาก 1 ปีเต็ม มาแล้วก็ตาม

คำเตือนระวังภัยจากเพื่อนรักนักต้มตุ๋น

            คนเราทุกคนมีเพื่อนที่สนิทหรือไม่สนิทก็ตาม แต่รู้หรือไม่ว่าการที่มีเพื่อนและไว้ใจเพื่อนแต่การที่เราสนิทและคุ้นเคย ไม่ได้แปลว่าจะสามารถไว้ใจอะไรได้เลย เมื่อเงินทองสมัยสมัยนี้ไม่เข้าใครออก บางคนอาจจะทำทุกอย่างได้เพื่อแลกกับเงินและไม่ได้คิดและเลือกว่าเป็นคนรู้จักนะอย่าคิดร้าย จึงจะมองข้ามเหตุผลคำว่าเพื่อนไปโดยสิ้นเชิงในสังคมปัจจุบัน เพื่อนหรือมิตรแท้มันช่างหายากจริงๆ มีเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งเคยออกมาเปิดเผยต่อสื่อและหวังว่าจะได้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจอีกหลายคน เธอโดนเพื่อนเธอหลอกว่าจะพาไปทำงานที่ในประเทศมาเลเซีย โดยมีรายได้ต่อเดือน 50000 บาท ต่อเดือนหรืออาจจะมากกว่านั้นซึ่งเธอถามว่าเป็นงานเกี่ยวกับอะไร เพื่อนของเธอบอกว่าเป็นงานที่เกี่ยวกับการแบบ เธอเป็นคนที่น่าตาค่อนข้างดีจึงเป็นสาเหตุที่เพื่อนได้ออกอุบายล่อลวงเธอ เธอเห็นว่ารายได้ดีและน่าสนใจจึงตอบตกลงและเดินทางไปกับเพื่อนของเธอ ซึ่งเธอไม่ได้คิดอะไรมากเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กเคยเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆไม่น่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมหรือคงไม่หลอกเธอไปทำอะไรที่ไม่ดี ในเวลาต่อมาเธอจึงตัดสินใจเดินทางไปกับเพื่อนทันทีเพื่อนเธอพาเธอไปพบกับนายจ้างและบอกว่าจะต้องไปทำธุระก่อน ให้เธอพักที่นายจ้างจัดหาไว้ให้เดี๋ยวเพื่อนเธอจะมารับอาทิตย์หน้าเพื่อจะได้เสร็จงานและกลับบ้าน ก่อนเพื่อนเธอจะไปนายจ้างได้นำเอกสารสัญญาว่าจ้างออกมาเพื่อให้เซ็นเธอก็เซ็นไปโดยไม่ได้อ่านหรือสงสัยอะไร หลังจากที่เพื่อนเธอไปแล้วเธอได้เริ่มงานทันที เธอโดนหลอกมาถ่ายหนังโป๊ ซึ่งเธอกลัวและไม่กล้าที่จะขัดขืนหรือหนีอะไร เพราะเธอไม่รู้จักใครเลยเธออดทน รอจนครบหนึ่งอาทิตย์เต็มๆและเพื่อนเธอไม่มารับ เธอเสร็จงานในหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ นายจ้างเธอบอกว่าเสร็จงานแล้วค่าจ้างเพื่อนของเธอก็ได้ไปแล้ว ค่าจ้างของตัวเธอเองก็ได้ส่วนหนึ่งหลังจากเสร็จงานแล้ว เมื่อเธอได้ค่าจ้างเป็นเงินก้อนหนึ่งจะรีบกลับเมืองไทยบ้านเกิด เมื่อกลับมาถึงเธอไปหาเพื่อนที่บ้านพยายามติดต่อ ก็ติดต่อไม่ได้เธอจึงเข้าแจ้งความและนำเรื่องร้องเรียนเพื่อเด็กและสตรีทันที เธอหวังเพียงว่าในอนาคตจะได้ไม่มีใครที่หลงกลมิจฉาชีพพวกนี้อีก

กลลวงหลอกไปขายตัวที่เกาหลีใต้

                รายได้ที่ดีไม่มีใครที่ไม่อยากได้จริงไหม เมื่อไม่นานมานี้มีสื่อหลายสื่อออกมาตีแผ่นำเสนอเรื่องราวที่คาดไม่ถึงของมิจฉาชีพ คุณ ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิต้องออกมาเตือนภัยให้กับผู้หญิงไทยหลายคน มีผู้หญิงคนหนึ่งนำเรื่องราวมาร้องเรียนกับคุณ ปวีณา ว่า เธอเรียนนวดแผนไทยเมื่อจบจากแผนไทยเพื่อนที่เรียนนวดแผนไทยจึงแนะนำว่าให้ไปเรียนนวดสปาต่อด้วยกันไหม เพราะรายได้ดีกว่าการนวดไทยเป็นอย่างเดียวเท่าตัว เธอจึงเชื่อเพื่อนที่เรียนนวดแผนไทยด้วยกันมาแต่หลังจากนั้น ระหว่างที่เรียนนวดสปาเพื่อนกับเธอจึงช่วยกันหางานไปด้วยเพราะเรียนใกล้จะจบหลักสูตรแล้วจึงไปเจอ Facebook ที่ใช้ชื่อว่า รับสมัครพนักงานนวดไทยและนวดสปา เธอจึงติดต่อไปแต่เพื่อนของเธอไม่ได้ไปด้วยกันเพราะสามีไม่ให้ไปแต่เธอไม่มีครอบครัว เธอจึงตัดสินใจลองเข้าไปดูงานตามที่ผู้หญิงที่ชื่อแอน(นามสมมุติ)บอกให้ไปเจอ เมื่อไปถึงนางสาวแอนบอกให้ทำสัญญาเงินกู้ 30000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และจะไปหักเอากับเงินเดือนของเธอที่ประเทศเกาหลีใต้เดือนละ 10 % เธอจึงเซ็นสัญญาไป และไปเดินเลือกซื้อของที่จะไปเกาหลีใต้ เมื่อกลับมาถึงบ้านเธอปรึกษากับพี่สาวเธอ แต่พี่สาวเธอไม่เห็นด้วยเธอจึงโทรไปขอยกเลิกสัญญากับนางสาวแอน แต่นางสาวแอนกลับโวยวายและข่มขู่ต่างๆนาๆ เธอจึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนกับมูลนิธิเพื่อเด็กและสตรี เพื่อป้องกันว่าจะไม่มีอันตรายเกิดขึ้นกับตัวเธอ เมื่อทางคุณ ปวีณา ทราบเรื่องจึงไม่อยู่เฉยเพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆกับคนอื่นจึงรีบออกมาเตือนผู้หญิงไทยที่อยากจะมีรายได้สูงกลัวว่าจะโดนหลอกไปขายตัว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีผู้หญิงที่หนีกลับมาเมืองไทยได้ 3 คนและเข้าร้องเรียนแต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลอะไรได้เพราะเกรงว่ามิจฉาชีพจะระแวงและไหวตัวทันเพราะตอนนี้กำลังอยู่ช่วงดำเนินการ เพื่อช่วยผู้หญิงไทยที่ถูกหลอกไปขายต่างแดนอยู่ ในอนาคตเชื่อว่าเรื่องนี้คงจะหมดสิ้นไปจากในสังคมไทย

แม่พาลูกขายตัวมีอยู่จริงหรอ

               นับว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดเท่าที่ได้ยินมาและในปัจจุบันนับว่าแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว แต่เรามีความเชื่อว่าในอนาคตสังคมต้องไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยอีกแล้ว มีหลายสื่อนำเรื่องราวของ 2 แม่ลูกออกมาตีแผ่ให้สังคมได้รู้และเป็นเครื่องเตือนใจกับหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางแผนทำการล่อซื้อการค้าบริการของ 2 แม่ลูกและเป็นผลสำเร็จ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนางสาวบี(นามสมมุติ) แต่ที่น่าตกใจหลังจากที่จับกุมแล้วคือ ลูกสาวของนางสาวบีมีอายุเพียง 15 ปี จึงได้มีการสอบปากกับนางสาวบี และนางสาวบีก็ได้ให้การว่า เธออยู่กินและมีลูกกับสามีคนเก่าของเธอมีลูกด้วยกัน 6 คน มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ จนอยู่มาวันหนึ่งสามีของนางสาวบีได้ตีเธอจนเข้าโรงพยาบาลและต้องมีการผ่าตัดสมอง เธอไม่สามารถทำงานอะไรได้เหมือนกับคนปกติสามีของนางสาวบีได้แยกทางกัน นางสาวบีพาลูกสาวมาเลี้ยง 1 คน ส่วนลูกอีก 5 คนอยู่กับพ่อ นางสาวบีมีฐานะที่ยากจนไม่ได้ร่ำรวยอะไรจึงต้องออกหางานทำและสอบถามหางานเล็กงานน้อยจากเพื่อนบ้าน โดยหลังจากหายดีนางสาวบีโดนเพื่อนบ้านคนหนึ่งหลอกพานางสาวบีไปขายบริการและนางสาวบีก็ได้ไปโวยวายกับเพื่อนบ้านจนได้ค่าตัวมาเป็นเงินก้อนหนึ่ง นางสาวบีจึงคิดหาทางออกโดยการขายบริการดีกว่าและพาลูกสาวของเธอออกขายบริการ นางสาวบีจึงเริ่มออกหาลูกค้าเองและมีลูกค้ามาใช้บริการเสมอแต่นางสาวบีก็ไม่ได้มีเงินที่เหลือเก็บเหลือใช้เพราะเธอติดยาเสพติดด้วย จึงต้องหาเงินทุกวันและเธอเห็นว่าลูกสาวยังเด็กขายง่ายเลยพาลูกสาวกินโดยวิธีนี้ หลังจากที่เธอโดนจับกุมนางสาวบีบอกว่ารู้สึกผิดต่อการกระทำครั้งนี้และไม่ได้อยากให้เรื่องทั้งหมดมันเป็นเช่นนี้เลยแต่เธอเพียงแค่ไม่มีทางเลือกและหลงผิดไปแค่ชั่วคราวเท่านั้นเอง เรื่องราวของ 2 แม่ลูกนี้ในอนาคตไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรแต่สังคมไทยเชื่อว่าในอนาคตจะไม่มีเรื่องแบบนี้ปัญหาเหล่านี้ต้องหมดไปอย่างแน่นอน

สองผัวเมียกักขังเด็กน้อยเลี้ยงดูยิ่งกว่าสัตว์

นับว่าเป็นเรื่องเศร้าและยังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อ-แม่ในหลายๆบ้านเมื่อมีทั้งข่าวและรายการมากมายมานำเสนอเรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เป็นลูกของชาวไร่ชาวนาที่อยู่บนดอยคนหนึ่งพ่อ-แม่ของเด็กน้อยเป็นชาวกะเหรี่ยงซึ่งแม่ของเด็กน้อยอายุ 13 ปี เปิดใจและเล่าว่า วันหนึ่งในขณะออกมาทำไร่ด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูกทำกันจนเย็นผู้เป็นแม่เห็นว่ามันเย็นมากแล้วจึงบอกให้ลูกสาวเดินทางกลับเข้าบ้านก่อนเพื่อไปล้างถ้วยล้างจาน เตรียมตัวกินข้าวเย็นกันเด็กน้อยจึงวิ่งเข้าบ้านไปก่อน แต่เมื่อผู้เป็นแม่กลับเข้าบ้านมาไม่เจอลูกจึงรู้ว่าลูกสาวหายออกจากบ้านไปแต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนซึ่งในช่วงเวลาที่เด็กหายตัวไปเด็กมีอายุเพียง 8 ปี และพ่อ-แม่บอกว่า ตนเป็นชาวกะเหรี่ยงไม่รู้เรื่องกฎหมายอะไรมากมายก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้เจ้าของไร่เจ้านายของพวกเขาต่อไปเพื่อมีกินไปวันๆ และต่อมาจึงสอบถามกับเด็กว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กน้อยผู้น่าสงสารบ้างเด็กน้อยจึงเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเด็กกลับบ้านมาก็มาเจอกับเจ้าของไร่ที่ พ่อกับแม่ทำงานให้อยู่ทุกวัน เจ้าของไร่หรือ นางสาวเอ(นามสมมุติ)จึงชักชวนเด็กน้อยว่าไปเล่นที่บ้านของเขาไหมเด็กน้อยจึงตามไปที่บ้านของนางสาวเอเมื่อไปถึง นางสาวเอก็นำน้ำนำขนมมาหลอกล่อให้กินและบอกกับเด็กว่าให้อยู่ช่วยทำงานบ้านของเธอและไม่ต้องกลับไปที่บ้านของเด็กน้อยอีกแล้ว เด็กน้อยด้วยความที่ไร้เดียงสาก็ทำงานตามที่นางสาวเอสั่งทุกอย่างเมื่อไปได้ 1 อาทิตย์เด็กน้อยก็อยากกลับบ้านเด็กน้อยมองไปเห็นประตูเปิดอยู่ ขณะที่รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านจึงคิดจะแอบวิ่งหนีแต่นางสาวเอมาเจอเสียก่อน ก็ลากเด็กน้อยเข้าไปในบ้านและทุบตีจนสาแก่ใจโดยเอากรรไกรตัดที่ใบหูและบอกกับเด็กน้อยและลากเด็กน้อยไปขังเอาไว้ในกรงหมาต้มน้ำร้อนสาดเข้าไปทำให้เด็กไม่มีทางหนี เด็กน้อยกลัวและผวาจากเหตุการณ์นี้มากแต่วันหนึ่งเธอตัดสินใจปีนรั้วหนีออกมาได้ มีคนพบและเจอสภาพเด็กเห็นตกใจจึงรีบนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อกับทางบ้านของเด็กน้อยและแจ้งให้พ่อกับแม่ของเธอรู้ว่าเจอลูกสาวเธอยังไงจนได้รู้เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม 2 ผัวเมียใจโหดแต่ ทั้งสองคนประกันตัวออกมาและหนีคดีความไปเรียบร้อย เรื่องราวน่าเศร้าสลดใจนี้คงไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นและคงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น หลังจากที่มีการนำเรื่องราวของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยงนี้ออกมานำเสนอตามรายการต่างๆ หวังว่าคงเป็นเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์เตือนใจหลายคนเลย ฉะนั้นดูแลลูกหลานให้ดีที่สุดอย่าไว้ใจใครที่สำคัญอย่าคิดว่ามันจะไม่เกิดกับลูกหลานของท่าน