582734_491705954199178_1557358442_nนับว่าเป็นเรื่องเศร้าและยังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจพ่อ-แม่ในหลายๆบ้านเมื่อมีทั้งข่าวและรายการมากมายมานำเสนอเรื่องราวของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เป็นลูกของชาวไร่ชาวนาที่อยู่บนดอยคนหนึ่งพ่อ-แม่ของเด็กน้อยเป็นชาวกะเหรี่ยงซึ่งแม่ของเด็กน้อยอายุ 13 ปี เปิดใจและเล่าว่า วันหนึ่งในขณะออกมาทำไร่ด้วยกัน 3 คนพ่อแม่ลูกทำกันจนเย็นผู้เป็นแม่เห็นว่ามันเย็นมากแล้วจึงบอกให้ลูกสาวเดินทางกลับเข้าบ้านก่อนเพื่อไปล้างถ้วยล้างจาน เตรียมตัวกินข้าวเย็นกันเด็กน้อยจึงวิ่งเข้าบ้านไปก่อน แต่เมื่อผู้เป็นแม่กลับเข้าบ้านมาไม่เจอลูกจึงรู้ว่าลูกสาวหายออกจากบ้านไปแต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนซึ่งในช่วงเวลาที่เด็กหายตัวไปเด็กมีอายุเพียง 8 ปี และพ่อ-แม่บอกว่า ตนเป็นชาวกะเหรี่ยงไม่รู้เรื่องกฎหมายอะไรมากมายก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้เจ้าของไร่เจ้านายของพวกเขาต่อไปเพื่อมีกินไปวันๆ และต่อมาจึงสอบถามกับเด็กว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กน้อยผู้น่าสงสารบ้างเด็กน้อยจึงเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเด็กกลับบ้านมาก็มาเจอกับเจ้าของไร่ที่ พ่อกับแม่ทำงานให้อยู่ทุกวัน เจ้าของไร่หรือ นางสาวเอ(นามสมมุติ)จึงชักชวนเด็กน้อยว่าไปเล่นที่บ้านของเขาไหมเด็กน้อยจึงตามไปที่บ้านของนางสาวเอเมื่อไปถึง นางสาวเอก็นำน้ำนำขนมมาหลอกล่อให้กินและบอกกับเด็กว่าให้อยู่ช่วยทำงานบ้านของเธอและไม่ต้องกลับไปที่บ้านของเด็กน้อยอีกแล้ว เด็กน้อยด้วยความที่ไร้เดียงสาก็ทำงานตามที่นางสาวเอสั่งทุกอย่างเมื่อไปได้ 1 อาทิตย์เด็กน้อยก็อยากกลับบ้านเด็กน้อยมองไปเห็นประตูเปิดอยู่ ขณะที่รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านจึงคิดจะแอบวิ่งหนีแต่นางสาวเอมาเจอเสียก่อน ก็ลากเด็กน้อยเข้าไปในบ้านและทุบตีจนสาแก่ใจโดยเอากรรไกรตัดที่ใบหูและบอกกับเด็กน้อยและลากเด็กน้อยไปขังเอาไว้ในกรงหมาต้มน้ำร้อนสาดเข้าไปทำให้เด็กไม่มีทางหนี เด็กน้อยกลัวและผวาจากเหตุการณ์นี้มากแต่วันหนึ่งเธอตัดสินใจปีนรั้วหนีออกมาได้ มีคนพบและเจอสภาพเด็กเห็นตกใจจึงรีบนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดต่อกับทางบ้านของเด็กน้อยและแจ้งให้พ่อกับแม่ของเธอรู้ว่าเจอลูกสาวเธอยังไงจนได้รู้เรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม 2 ผัวเมียใจโหดแต่ ทั้งสองคนประกันตัวออกมาและหนีคดีความไปเรียบร้อย เรื่องราวน่าเศร้าสลดใจนี้คงไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นและคงไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น หลังจากที่มีการนำเรื่องราวของเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยงนี้ออกมานำเสนอตามรายการต่างๆ หวังว่าคงเป็นเรื่องราวที่เป็นอุทาหรณ์เตือนใจหลายคนเลย ฉะนั้นดูแลลูกหลานให้ดีที่สุดอย่าไว้ใจใครที่สำคัญอย่าคิดว่ามันจะไม่เกิดกับลูกหลานของท่าน

Similar Posts